1.
เมื่อคืน นั่งเขียน statement of purpose ซะเกือบเช้าแน่ะค่ะ
เค้าจำกัดที่ประมาณ 300 - 350 คำ ปลาล่อไป 500 คำ นั่งตัดไปตัดมา...เขียนใหม่ดีกว่า
เขียนตอนง่วงๆด้วย แล้วก็รู้สึกว่า ไม่ไหวแล้วค่ะ
นอน น่าจะเป็น คำตอบสุดท้าย
2.
ตื่นมา 8 โมงกว่า
นอนกลิ้งอยู่บนเตียง อ่านหนังสือที่ยืมมาจากปิ๊ก ชื่อเรื่อง La Romana (นางกลางโรม)
ประมาณ 10 โมง ก็อ่านจบ เรื่องนี้อ่านแล้วหดหู่จังค่ะ
เป็นเรื่องของผู้หญิงอิตาลี ที่กลายเป็นโสเภณีตั้งแต่อายุ 19 เพราะว่าโดนผู้ชายหลอก แล้วหลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตแบบโสเภณีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีความรักจริงๆ ก็ยังคงทำงานแบบเดิมอยู่ แล้วในที่สุดก็จบแบบเศร้าๆ
จบเล่มแรก ปลาก็เริ่มเล่มที่สองเลยค่ะ
คราวนี้อ่าน Trainspotting ที่บางคนอาจจะเคยดูหนังมาแล้ว
สำนวนของคนแปลนี่...อ่านแล้วอย่างกับเข้าไปอยู่ในวงของพวกติดยาจริงๆ
สุดๆอ่ะค่ะ ได้รสชาติมาก
หยาบคายดีมากกก
แต่ว่าอ่านแล้วรู้สึกโหวงๆ อ่านไปได้ครึ่งเล่มก็รู้สึกว่า พักหน่อยดีกว่าค่ะ
คือ คงจะอินมากไป
สรุปแล้ววันนี้ปลาอ่านหนังสือเกี่ยวกับ การผิดศีล 2 ข้อ นะคะ
จริงๆ 3 ข้อ สิ
ผิดสามีภรรยา, ใช้ยาเสพติด, พูดคำหยาบและโกหก ครบเลย ^^'
3.
บ่ายวันนี้บ้านปลาอากาศร้อนมากเลยค่ะ แล้วพอดีมีธุระต้องไปบ้านเพื่อนด้วย
ก็เลย ออกจากบ้านดีกว่า
แวะซื้อ ice cream รส Ferero ของ Grand Italia แถวๆบ้าน แล้วก็แวะไปล้างรถซะหน่อยดีกว่า จะได้นั่งกิน ice creamไปด้วย
ปลาชอบไปล้างรถแบบเข้าเครื่องล้างรถค่ะ เหมือนเข้าไปอยู่ในเกมยังไงไม่รู้
แล้วเวลาที่นั่งรอให้เครื่องมันล้างรถไปเนี่ย ปลาก็จะอ่านหนังสือ กินขนม อย่างมีความสุข
ล้างเสร็จ ขนมก็หมดพอดี ;)
วันนี้รถไม่ค่อยติดนะคะ ดีจัง แถมไม่ได้รีบร้อนอะไรด้วย
ปลาก็เลยขับรถแบบสบายๆ ฟังเพลง แป๊บเดียวก็ถึงละ
เพื่อนคนนี้ชื่อ ปุ๊บปั๊บ ค่ะ รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนม.2
แต่ก่อนปลาก็ไปซ้อมดนตรีที่บ้านนี้บ่อย เริ่มมาห่างๆกันไปตอนขึ้นม.ปลายนี่เอง
เดี๋ยวนี้ปุ๊บปั๊บเป็นนักร้องแล้วนะคะ ส่วนปลา ที่เริ่มเล่นดนตรีมาพร้อมๆกัน ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ ^^'
วันนี้กะว่าจะเอาเงินค่าจ้างทำ graphic ไปให้ปุ๊บปั๊บ แล้วก็จะปรึกษาคุณพ่อของปุ๊บปั๊บ เรื่อง presentation ที่ปลาเตรียมไว้เสนอสินค้าของบริษัทด้วย
กว่าจะเสร็จธุระ ก็ราวๆ 6 โมง ได้
รู้สึกว่าอากาศเริ่มเย็นขึ้น
4.
ขากลับ รู้สึกเหมือนออกไปนอกกรุงเทพฯ เลยค่ะ
ไม่น่าเชื่อ ว่าจะมีฉากประมาณนี้ อยู่ด้วย
โชคดีจัง ที่มือถือถ่ายรูปได้

ระหว่างทาง นั่งฟังเพลงไปด้วย
ปลารู้สึกว่าวันนี้น่าขับรถจังเลยค่ะ รถไม่ติด ฟ้าสวย ดูมีหมอกๆนิดหน่อย
นึกขึ้นได้ว่ายังอ่านหนังสือไม่จบนี่นา...ก็เลยแวะซื้อชาเขียวมาขวดนึง แล้วก็หาที่เหมาะๆ จอดรถอ่านหนังสือซะเลย ก็ไปได้ทำเลแถวๆใกล้ๆบ้าน
จริงๆจะเข้าบ้านก็ได้แหละค่ะ แต่ว่า ตรงนี้มันวิวสวยกว่าอ่านในห้องนี่นา ...

5.
อ่านหนังสือจบ กลับบ้านอย่างสบายใจ
ถึงบ้าน ทานมื้อเย็นที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ แล้วก็จัดการกับห้องตัวเอง
เสร็จแล้วก็มีเวลามาเขียน blog นี่แหละค่ะ
ระหว่างเขียน ก็มี แมวมอง อีกละ ทั้งขึ้นไปนอนมองบนคอม ทั้งกลิ้งอยู่บนพื้น
วันนี้ลองเทียบขนาดตัวกับกระเบื้อง 30 x 30 ซม. ให้ดูกันจะๆ เลย ดีมั้ยคะ
เหลืองเหลือง ตัวใหญ่มั้ยคะ แบบว่าที่นอนแมวที่แถมมากับฟริสกี้อ่ะ ไม่พอนะ แค่ครึ่งตัวมันเอง -_-'

6.
เดี๋ยวนี้ปลามีของสะสมใหม่ แล้วนะคะ
ปลาสะสม ภาพดวงตาข้างขวา ของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตค่ะ
เพราะฉะนั้น ถ้าใครบังเอิญได้คุยกับปลา จริงๆ อาจจะโดนเก็บเข้า collection นะคะ ;)
ตอนนี้เพิ่งเก็บได้แค่ 3 ตา ใน 2 วัน
ดวงแรก คือ ดวงตาของคนที่ปลารักมากที่สุดในตอนนี้
ดวงที่สอง...ของปลาเองค่ะ
ดวงที่สาม ของปุ๊บปั๊บ

แต่ละคน นอนดึกกันทั้งนั้นเลยน้า ตาเป็นหมีแพนด้าแล้ว ^^'
รู้สึกเหมือน เพิ่งกิน icecream sunday เลยค่ะ :)
เมื่อวาน ไปค้างบ้านเพื่อนมาค่ะ
ตอนแรก กะว่าจะตื่นเช้าๆ แต่รู้สึกว่าร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย ได้ตื่นจริงๆก็ 9 โมง
น่า...ดีขึ้นจากวันก่อนหน่อย
ทำไมปลาถึงต้องนอนเยอะขนาดนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
ถ้าวันไหนนอนไม่ถึง 9 ชั่วโมงจะตัวร้อน แล้วก็เพลียทั้งวัน
อาจจะเป็นเพราะ มีช่วงที่อดนอนเยอะด้วย สมัยเรียน นาฬิกาในตัวมันก็เลยเสื่อมๆแบบนี้ แย่จัง
ตื่นนอนแล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว ออกจากบ้านไปทำงาน
รู้สึกผิดนิดหน่อย มาสายอีกแล้ว แต่เอาเหอะ นับชั่วโมงทำงานรวมแล้วก็ยังมากกว่าหรือเท่ากับคนอื่นนะแหละค่ะ
ทำงานไปเรื่อยๆ ตอนบ่ายก็ออกไปดูสถานที่จัดงานกาชาด
คือว่าบริษัทที่ปลาทำงานอยู่ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายส่วนประกอบอาหารและเครื่องดื่มผง
แล้วก็จะไปออกร้านในงานกาชาดด้วย ปลาก็เลยต้องรับผิดชอบเรื่องการออกแบบร้าน จัดร้าน
คิดอะไรไม่ออก ก็เลยขับรถไปดูสถานที่จริง
ปรากฏว่ายังเป็นโครงเหล็กอยู่เลย -_-' เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียว

ดูที่จัดงานกาชาดเสร็จ ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาที่นัดเพื่อนๆไว้แถวสามย่าน คราวนี้ไปไหนต่อดีน้า...
ในที่สุดก็ตัดสินใจไปงาน เทศกาลคนรักกาแฟ หรืออะไรประมาณเนี้ยล่ะค่ะ ที่ SCB Park มีถึงวันเสาร์(วันที่นั่งเขียนblog อยู่เนี่ย)เป็นวันสุดท้ายแล้ว
เผื่อจะได้ไอเดียไปจัดร้านกะเค้ามั่ง
เดินๆอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า ได้รูปบูทคนอื่นมาดูหลายรูปเหมือนกันค่ะ แต่ว่า คงจะไม่ค่อยเหมาะกับงานกาชาดเท่าไหร่ เพราะอันนั้นสถานที่มันคนละแบบกัน
ระหว่างทางจาก SCB ไปสยาม ปลาขึ้นทางด่วนค่ะ
ทางด่วน ตอนเย็นๆ สวยมากนะคะ
เห็นเมือง กับ เส้นขอบฟ้ารูปตึกสูงๆต่ำ ตัดกับท้องฟ้าสีส้ม ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก
เป็นภาพที่ปลาชอบมากๆเลย การได้ขึ้นทางด่วนตอนเย็นนี่เป็นกำไรชีวิตเล็กๆน้อยๆของปลาเลยนะคะ (เพราะไม่ค่อยได้ขึ้นด้วยแหละ)
วิทยุในรถ เปิดเพลง Breakaway ของ Kelly Clarkson
คิดอะไรได้บางอย่าง
ออกจาก SCB แล้วก็ยังเหลือเวลาอยู่ ก็เลยแวะสยามซะหน่อย
อยากจะซื้อเทปเพลง กับ หนังสือ มาอ่านฆ่าเวลารอเพื่อน
ได้ Moderndog ชุด แดดส่อง มา (เชยมั้ยคะ ออกมาตั้งนานแล้วปลาเพิ่งจะซื้อ)
แล้วก็ได้หนังสือของ วิลเลียม ซาโรยัน มาเล่มนึง ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ
เพราะกว่าจะเลือกหนังสือได้ ก็ถึงเวลานัดแล้ว :P
พุ่งไปเจอเพื่อนอีก 2 คนทีสามย่าน แล้วก็สั่งเสต็กมากินกัน อร่อยใช้ได้เลยค่ะ
ซักพัก เพื่อนอีก 2 คนก็ตามมา วันนี้รวมแล้วมีสมาชิก 5 คน
เพื่อนๆที่ปลานัดวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นม.ปลาย แล้วก็เรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยกัน
ก็มี ปิ๊ก เล้ง เก่ง(จบม.ปลายแล้วก็ไปเรียนต่ออีกที่นึง) แล้วก็ บิ๋ม(จริงๆแล้วบิ๋มเรียนม.ปลายคนละที่กันค่ะ มารู้จักกับบิ๋มตอนอยู่มหาวิทยาลัย แต่ว่าสนิทพอๆกัน แล้วบิ๋มก็เป็นแฟนกับปิ๊กด้วย)
นอกจากนัดกินข้าวแล้ว ก็กะจะคุยกันเรื่อง แผนการเดินทางไปเที่ยวกันทั้งกลุ่ม ด้วย
กว่าจะกินเสร็จก็ 3 ทุ่มกว่า ไม่มีร้านดีๆให้นั่งแถวนั้นแล้วแฮะ
ตกลงกันว่า งั้นไปบ้านปิ๊กดีกว่า มีเน็ตให้หาข้อมูล มีเกมให้เล่น มีที่จอดรถ ไม่มีใครกวน และที่สำคัญ ปิ๊กง่วงมากเพราะทำงานมาทั้งคืน รีบขับรถกลับบ้านได้เท่าไหร่ยิ่งดี
ไปถึงบ้านปิ๊ก 4 ทุ่มกว่า
แปลกใจเล็กน้อย เพื่อนๆซื้อ ชาเขียว กับ ice cream รสที่ปลาชอบมาให้
บอกว่า happy birthday ย้อนหลัง
เค้าจะรู้กันมั้ยนะ ว่าเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นเดียวของปลาในปีนี้เลยนะนั่น
พลิกฝาชาเขียว ดูดีๆแล้วว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างใต้ ก็นั่งคุยกัน กว่าจะจบเรื่องก็เที่ยงคืนกว่าละ
นั่งเล่นเกมส์อีกซักพัก ฝนก็ตก แถมปิ๊กก็หลับไปแล้ว ไม่มีใครลงไปเปิดประตูให้
ปลาก็เริ่มง่วงแล้วล่ะค่ะ แล้วก็คิดว่าฝนตก มืด ขับรถกลับน่าจะอันตราย แถมเป็นคืนวันศุกร์ด้วย คนเมาเยอะ
งั้น ก็ค้างด้วยกันหมดนี่แหละ
เพื่อนกลุ่มนี้ น่าจะเป็นกลุ่มที่ปลาสนิทด้วยมากที่สุด ค่ะ
คงจะเป็นเพราะ คบกันมานาน ทำงานกลุ่มด้วยกันก็มาก ไปเที่ยวด้วยกันก็เยอะ
พออยู่ด้วยกันแล้วจะรู้สึก สบายๆ ทำอะไรก็ได้ ชอบอะไรก็คล้ายๆกัน ถึงจะมีอะไรปลีกย่อยที่ไม่เหมือนกันบ้าง แต่ก็เข้าใจกันดี
อยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกเหมือนกับ อยู่กับญาติๆ ยังไงไม่รู้
ดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะคุยกันได้แทบทุกเรื่อง
ปลาหลับไปพร้อมกับเสียงฝน และเสียงเกมส์ที่บิ๋มเล่น ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตื่นมา 2 ครั้ง เพราะรู้สึกหนาว เลยลุกขึ้นมาหาผ้าห่ม
เห็นเพื่อนๆนอนหลับตามจุดต่างๆของห้อง รู้สึกเหมือนกลับไปตอนเรียนอยู่เลย
(แต่ว่าไม่โหดร้ายเท่า เพราะตอนนั้นคือการอดหลับอดนอนทำงานกลุ่มถึงเช้า)
ตื่นมาอีกที เมื่อ 2 ชั่วโมงกว่า ที่ผ่านมา
ได้เวลากลับสู่โลกของความจริงแล้วล่ะค่ะ
ยืม DVD ปิ๊กกลับมา 9 เรื่อง + หนังสือหนาๆอีก 2 เล่ม
น่าจะพอให้ปลาอยู่คนเดียวได้อีก 1 อาทิตย์ กว่าจะได้เจอเพื่อนๆอีก เพื่อสรุปว่า ทริปนี้ ใครจะไปได้บ้าง
กลับถึงบ้าน ก็เจอ จดหมายกัมปนาท จากคุณแม่
ที่ปลาเรียก จดหมายกัมปนาท ก็เพราะ อ่านทีไร เศร้าทุกทีเลยค่ะ
เปล่าค่ะ คุณแม่ไม่ได้ว่าเรื่องไปค้างบ้านเพื่อน
แต่คุณแม่ไม่เข้าใจว่าปลากำลังทำอะไรอยู่
จริงๆอาจจะเป็นความผิดของปลาก็ได้ค่ะ ที่ไม่อธิบายให้ฟังตั้งแต่แรก
แล้วทำไมไม่อธิบายออกไปล่ะ ? ไม่รู้สิคะ สงสัยจะเป็นเพราะ เวลาไม่ตรงกัน แล้วความเห็นก็ต่างกันมาก
จึงยากที่จะมาเจอกันได้
อ่านแล้ว ตอนนี้ปลาอยากจะไปทะเลจังเลย
อยากนั่งอยู่ริมทะเล ไปเรื่อยๆ
ให้หายเจ็บปวด แล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อ
วันนี้ปลาใช้เวลากับตัวเองค่ะ
เริ่มจาก ตื่นนอน เกือบเที่ยง....(ได้โดดงานอีกแล้ว)
อ่านหนังสือบนหัวเตียงต่ออีกซักพัก ก็ออนไลน์ แล้วก็มี blog ของตัวเองที่นี่
จากนั้นก็อาบน้ำ แต่งตัว (เซ็งจริง ไม่รู้จะใส่อะไรดี) แล้วก็ถีบตัวเองไปที่ทำงาน
ถึงจะทำงานไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่า ขี้เกียจไปจังเลย
ปลาไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่าที่ขี้เกียจขนาดนี้ เพราะไม่ชอบงานที่ทำอยู่ หรือว่าเป็นนิสัยเสียของตัวเอง :P
ขับรถไปถึงที่ทำงาน พยายามทำงานซักพัก ก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เร็วจริง
วันนี้อยากดูหนัง กะว่าคงจะได้ดูคนเดียวแน่ๆ
ก็จริงอย่างที่คิด ไม่เป็นไรค่ะ ปลาไปดูคนเดียวน่ะดีแล้วจะได้ไม่ไปกวน
กะว่าจะไปดู Cafe lumiere ซะหน่อย เห็นว่าเป็นหนัง asian drama ของผู้กำกับไต้หวัน
ปรากฎว่า มีอยู่แค่ไม่กี่โรงที่ฉายค่ะ ก็เลยเลือกไปดูที่ เมเจอร์ เอกมัย รอบ 6 โมง 45 นาที แต่กว่าปลาจะได้ออกจากที่ทำงานก็ 6 โมงนิดๆแล้ว
พุ่งไปถึงโรงหนัง ใกล้เวลาฉายเต็มที ยังไม่ได้ซื้อบัตร ไม่ได้จองตั๋ว ใดๆทั้งสิ้น
ที่แย่กว่านั้นก็คือ ไม่มีที่จอดรถ โอ้... T-T
ทีนี้จะไปไหนต่อดีล่ะเนี่ย
เป็นแบบนี้มาน้านนานแล้ว จนกระทั่ง นึกที่ไปไม่ออกแล้ว
ลังเลนิดหน่อย ว่าจะกลับไปตายรังดีมั้ย แต่โทรปรึกษาเจ้าของบ้านแล้วก็คิดว่า ไม่ไปดีกว่ามั้ง.... อีกอย่างรถติดด้วยแหละ
ฟังเพลงในรถ รู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ฟังเพลงเพราะที่สุด ที่นึง
แต่เหงาไปหน่อย :P
โทรหาเพื่อนๆ กลุ่มเดิมที่เรียนม.ปลาย กับ มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ก็ไม่ว่าง แถมจะได้เจอกันวันศุกร์นี้แล้ว
ปลาก็เลยต้องหาที่กินมื้อเย็นเอง ตามระเบียบ
ไปไหนดีนะ
ถ้าจะให้ดี ควรจะเป็นที่ที่มีหนังสือดีๆขาย แล้วก็มีอาหารอร่อยๆด้วย มีที่จอดรถด้วย คนไม่เยอะมากด้วย (เรื่องมากเนอะ)
ในที่สุด ก็ลงเอยที่ marketplace ทองหล่อ ที่นี่มีร้านอาหารญี่ปุ่นแบบคูปอง แต่อร่อยใช้ได้เลย
แวะร้านหนังสือ ใช้เวลาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เลือกมาได้เล่มนึง
ชื่อเรื่อง "ซามูไร ในสวนสน" เข้ากับอาหารญี่ปุ่นที่กำลังจะกินดีนิ

ได้หนังสือแล้วก็ไปซื้ออาหาร แล้วก็ กินไปอ่านไป
ปกติปลาเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว แต่วันนี้รู้สึกว่าจะต้องค่อยๆอ่าน
กินเสร็จแล้ว เพิ่งอ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม (แปลว่าวันนี้กินเร็วกว่าอ่าน)
ก็เลยแวะไปนั่ง starbucks ต่อ สั่งลาเต้ร้อนแล้วก็ขึ้นไปจองที่บนโซฟาชั้นบน
วันนี้เปิดเพลงเพราะจัง
จากนั้นก็จมอยู่กับหนังสือไปอีกเกือบชั่วโมง
ภาษาสวยมาก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งในห้องญี่ปุ่น
งดงาม แบบเรียบง่าย และลึกซึ้ง
เป็นเรื่องของการพยายามใช้ชีวิต เมื่อชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเสมอไป
quote คำบนปกหลังมาให้อ่านดีกว่าค่ะ บรรยายเองคงไม่ได้เรื่อง
'ทารูมิ เมืองที่อยู่ในอ้อมกอดของทรายสีขาว และทะเลอันเวิ้งว้าง
เด็กหนุ่มคนหนึ่งจำใจต้องจากบ้านเกิด
หญิงคนหนึ่งสูญเสียทุกอย่างนอกจากชีวิต
ชายคนหนึ่งอยู่กับความลับที่บอกใครไม่ได้
ชายคนหนึ่งหันหน้าให้อดีต แต่หันหลังให้ปัจจุบัน
สงครามโลกทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นมิตรภาพระหว่างพวกเขา
ในวันที่คุณต้องเสียทุกอย่างไป กล้าพอไหม...ที่จะมีชีวิตอยู่'
ประมาณเนี้ยล่ะค่ะ ถ้าสนใจก็ลองไปหาอ่านดู ปลาอ่านจบแล้วรู้สึกได้แรงบันดาลใจขึ้นมาเลย
ระหว่างที่กินข้าวอยู่ มีโทรศัพท์จากพี่ที่เคยอยู่วงดนตรีเดียวกันมาก่อน พี่คนนี้เป็นมือกีตาร์ที่รู้จักกันทาง Internet เพราะว่าชอบเพลงคล้ายๆกัน
วงของพวกเราตอนนั้นเล่นเพลงญี่ปุ่น ปลาเป็นนักร้อง (เชื่อมั้ยล่ะ) แบบนี้ไง...
เรื่องมันเกิดขึ้นประมาณ 3ปีกว่า มาแล้ว หลังจากที่ขึ้นเวทีเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง ปลาเองก็เรียนหนักขึ้น แถมจริงๆแล้วก็ไม่ได้ชอบเพลงญี่ปุ่นซะหน่อย
พี่เค้ากำลังฟอร์มวงใหม่อีกครั้ง คราวนี้สมาชิกชุดใหม่ แต่ว่าจะเล่นแนวเพลงที่ชอบจริงๆ (ประมาณ The Cardigans, Radiohead, Smashing Pumpkins)
และตอนนี้กำลังขาดนักร้องนำ ที่เป็นผู้หญิง ก็เลยว่าจะชวนปลาไปซ้อมด้วยกันเร็วๆนี้
ปลาดีใจสุดๆค่ะ เพราะตั้งแต่ทำงานมานี่ แทบไม่ได้ร้องเพลงเลย เครื่องดนตรีในห้องก็เริ่มเจ๊งแล้ว แถมกลับบ้านปุ๊บ ก็เหนื่อยจนแทบจะหลับไปทันทีที่เข้าห้อง
รู้สึกเหมือนกำลังจะได้พบกับตัวเอง อีกคน ที่หายไปนาน
อ่านหนังสือเสร็จแล้วก็กลับถึงบ้าน 3 ทุ่มหน่อยๆ
ไม่เห็นเจ้าเหลืองเหลือง แมวที่เลี้ยงไว้หลายวันแล้ว เป็นห่วงมันเหมือนกัน
เจ้าตัวนี้เป็น "แมวนอกบ้าน" ชอบไปนอนบ้านอื่น แต่ว่าพอได้ยินเสียงรถปลาจะรีบวิ่งกลับบ้านมาขอของกินทันที ถึงได้อ้วนปี๋ ตัวเท่าลูกหมา
ปลาเองก็ไม่ได้สนใจมันมาหลายวัน เพราะมัวแต่คิดเรื่องตัวเอง
พอนึกขึ้นได้ ก็ใจหาย กลัวว่ามันจะไขมันจุกอกตายโดยที่ปลาไม่รู้เรื่องรึเปล่า
โชคดีที่มันยังวิ่งมาหา
แมวที่ปลารักมากที่สุด ชื่อ เหมียวใหญ่ อยู่กันมาตั้งแต่ปี 2529 และนอนข้างปลาบนเตียง ทุกคืนที่ปลาอยู่บ้าน มาตั้งแต่ปี 2535

แต่ว่า 18 ปีมันนานเกินไป สำหรับชีวิตแมวตัวนึง
เหมียวใหญ่เพิ่งจะจากปลาไปไม่นานเองค่ะ ประมาณ 4 เดือนที่แล้ว
เหมือนเหมียวจะรู้ว่า ปีนี้ปลาจะต้องไปเรียนต่อ
วันที่เหมียวใหญ่ตายไป ปลารู้สึกเหมือนกับว่า ไม่มีอะไรเหลือให้กลับมาที่บ้านแล้ว แต่จริงๆ ก็ยังมี เหลืองเหลือง นี่แหละ
ถึงปลาจะไม่ได้รักมันเท่าเหมียวใหญ่ (เพราะไม่อยากจะเสียใจเวลามันตายอีก)
แต่ก็รักแหละน่า :)
ดูสิมันเข้ามากลิ้งในห้อง

เดี๋ยวเขียน blog เสร็จจะไปอาบน้ำ จัดห้องซะหน่อย
ถ้าเป็นไปได้ก็จะทำอะไรที่มีประโยชน์ เช่น ออกกำลังกาย, อ่านหนังสืออัดเสียงให้คนตาบอด, เขียน statement of purpose, สมัครมหาวิทยาลัย, แต่งเพลง
แต่ถ้าง่วงมากๆก็จะนอนละค่ะ
พรุ่งนี้อยากจะตื่นเช้าๆ ใส่บาตร