Events : Territory Volume 5 "Japan Fever "
Location : Malaysia
Crews : Khem (Photon) , Kaew (K.)
Time : 29/06/06 - 02/07/06


ผมมาถึงดอนเมืองประมาณ 6.30 ช้าไปจากที่นัดพี่แก้วไว้ 1 ชม. พี่แก้วบอกให้ไปเจอที่ Terminal 1 section 5 เพื่อไปเอาใบ boarding pass

เราเข้าไปในส่วนข้างใน เพื่อรอขึ้นเครื่องตอน 19:50 ตอนนั้นเวลาประมาณ 19:10 ผมกดเงินมา 5,000 บาท แล้วแลกเงินเป็น หน่วยริงกิจ (RM) ได้ประมาณ 450 ริงกิต (1ริงกิต เท่ากับประมาณ 10 บาทกว่า ๆ ) แล้วก็ไปนั่งรอกันตรงทางออกที่ 31 รอถึง 20.00 เครื่องบินก็ไม่มาซักที ซักพักเลยมีประกาศว่า เครื่องบินมัน delay จะมาถึงประมาณ 21.00



> พี่แก้วหลังจากโทรศัพท์ไปบอก สือ จวน ที่มาเลว่าเครื่องบิน delay


> passport , เงินของมาเลเซีย

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ในการบินไปถึงกัวลาลัมเปอร์ หลังจากนั้นเราก็นั่งรถบัสต่อไปที่ KL Center แล้ว Si Juan (สือ จวน) จะมารับเราที่นั่น ผมค่อนข้างกังวลใจที่เครื่องบินมัน delay แล้วเราไม่รู้ว่าสือ จวน จะมารับเราตรงเวลาหรือเปล่า แต่เราก็ทำอะไร ไม่ได้ ระหว่างทางไปเราก็คุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น BKK2 version ใหม่ , SEO หรือว่าเรื่องเว็บที่ได้รางวัลที่คานส์ etc… เป็นการฆ่าเวลา ผมลองมองไปดูภูมิประเทศต่าง ๆ ตลอด 2 ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่มีตึกรามบ้านช่องอยู่เลย สนามบินของมาเลเซีย น่าจะอยู่ไกลจากตัวเมือง กัวลาลัมเปอร์มากพอสมควร

เมื่อไปถึง KL Center ผมก้าวเดินลงจากรถ ก็ได้พบกับ สือ จวน โดยทันที ผมรู้สึกโชคดีมากที่เค้ามาพอดีกับที่เรามา ผมจับมือแล้วทักทายกับเค้า เป็นภาษาอังกฤษ (แต่จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไร) หลังจากนั้น เราก็ขึ้นรถสือ จวน ออกเดินทางต่อ สือ จวน บอกว่า จะพาพวกเราไปหาอะไรดื่ม แล้วก็จะไปส่งที่โรงแรม เวลาตอนนี้ประมาณเที่ยงคืน ตีเป็นเวลามาเลก็เร็วกว่าเราประมาณ 1 ชม. ก็เป็นตีหนึ่งได้

ซักพักเราก็ไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง สือ จวน พาเราไปที่โต๊ะที่มีสมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ผมได้รู้จักเพื่อน เพิ่มอีก 4 คน คือ Michale แห่ง Urban Collective , Junko Kawashiwa ที่เป็น illustrator และก็ทีม Territory ที่ชื่อ C.K. (driv) และ Chris ผมจำได้ว่าสองคนหลังนี่ ผมเคยเจอเค้า ที่กรุงเทพฯ แล้ว ที่มาจัดงานที่ H1 (ตอนนั้น พี่กบ,พี่เหน่ง,คุณแว่น( q-oo-p ) และพี่ฉึ่งก็ไปด้วย ผมนั่งติดกับ Chris ก็คุยกับเค้าด้วยภาษาอังกฤษ ระดับต่ำ ค่อนไปทางมั่วของผม (แต่ก็คุยกันรู้เรื่องนะ ^^) ได้ความว่า Chris ชอบ Bangkok มาก เค้าจะไปเที่ยว อีกตอน August นี้ ผมรู้สึกดีใจที่เค้าชอบ Bangkok เพราะเค้าก็น่าจะชอบคนที่มาจาก Bangkok ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ผมกับพี่แก้วอาจจะเป็นมากกว่านั้น เพราะเราคือ Bangkok2( ไม่ใช่แค่ Bangkok ธรรมดา) (เอาเข้าไป)


> ทำความรู้จักกัน


> ซ้ายไปขวา ญาติของ สือ จวน , C.K. , Chris

หลังจากพูดคุย ถ่ายรูปกันซักพักนึง สือ จวน ก็พาเราไปที่โรงแรม Radius International Hotel ซึ่งเป็นที่พักของเรา ตอนแรกก่อนมา ผมวาดภาพเอาไว้ว่าเราจะมาพักที่บ้านของ สือ จวน ซะอีก แต่นี่เราได้พักโรงแรม แถมเป็นห้อง exclusive ด้วย เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ คืนนั้นผมกับพี่แก้วกลับถึงห้อง ผมพยายามชาร์ตแบตของมือถือ(ที่ไร้ซึ่งสัญญาณของ Orange เพราะไม่ได้เปิด ROAMING ไว้) แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันใช้หัวปลั๊กไฟไม่เหมือนเราอ่ะ ของมันห่างมาก แล้วก็เหมือนต้องเสียงทั้ง 3 ช่องเลยถึงจะทำงานได้ ผมคุยกับพี่แก้วว่าเราคงต้องไปหาตัว adapter แล้วล่ะ ไม่งั้นแย่แน่สำหรับ labtop ที่จะต้องใช้ในการ present งาน คุยกันซักพักก็งีบหลับไป


> ปลั๊กมันใช้ไม่ได้ซะงั้น

วันนี้เป็นวันศุกร์ งานเปิดตัวหนังสือ Territory จะเริ่มวันเสาร์ พี่แก้วถาม สือ จวน ว่าเราจะไป set up ที่ gallery กันวันนี้เลยเหรือเปล่า สือ จวน บอกว่าวันนี้ gallery โดนจองไปแล้ว เราค่อยไปพรุ่งนี้ตอนเช้าดีกว่า วันนี้ไปเที่ยวอย่างเดียว ผมนึกในใจว่าดีเลย จะได้ไปเดินดูสาวมาเล เอ้ย ไม่ใช่ ไปเดินดูเมืองเค้า ว่ามีหน้าตาเป็นยังไงบ้าง

 


> ระหว่างรอก็ถ่ายรูปหน้าโรงแรมซักหน่อย


สือ จวน นัดพบเราหน้าโรงแรมประมาณ 12.00 สือ จวน พาเราไปกินข้าวกลางวันที่ร้านที่มีชื่อแห่งหนึ่งในมาเล เป็นร้านขายข้าว คล้าย ๆ ข้าวมันไก่ (จริง ๆ เหมือนข้าวมันไก่เลย แต่น้ำจิ้มกับไก่บางแบบไม่เหมือนเท่าไหร่ เพราะเค้าไม่มีไก่ทอด) รสชาติอร่อยใช้ได้เลย แถมด้วยน้ำสีขาว ๆ หวาน ๆ สือ จวน บอกว่าเป็นน้ำที่กินให้พลังงานตอนเหนื่อย ๆ และทำให้มีสุขภาพดี ผมลองกินดูแล้วมันออกหวาน ๆ แต่ไม่อร่อยเท่าไหร่ แก้วต่อไปผมเลยขอเปลี่ยนเป็นกาแฟเย็นแทน ^^


> คล้าย ๆ ข้าวมันไก่บ้านเรา แต่น้ำจิ้มไม่เหมือนและก็่ไก่อีกแบบ


> Junko


> ซ้ายไปขวา Mari , Michale

 

หลังจากนั้นผมกับพี่แก้ว ก็ขึ้นรถของ Chris ตรงไปที่ Time Square ส่วน Junko กับ Michaleและ Mari ไปรถของ สือ จวน ระหว่างทางผมกับพี่แก้วก็คุยกับ 2 คนนี้ไปด้วย ส่วนตัวผมว่า C.K. คุยง่ายดี เพราะว่าภาษาอังกฤษเค้าพูดฟังเข้าใจง่าย สำหรับผมที่ Eng ค่อนข้างระดับประถมค่อนไปทางอนุบาล คุยไปก็รู้ว่าสองคนนี้ทำงาน freelance ก็คือรับงานทั่วไป แต่หลัก ๆ ก็ช่วยงานให้กับหนังสือ Territory นี่แหละ ผมถามเรื่องรายได้และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผมคิดว่าก็ไม่หนีเรา ๆ designer ชาวไทยเท่าไหร่นะ เค้าบอกว่างานไม่แน่นอนรายได้ก็ตามงานที่เข้ามา แต่ค่าเช่า apartment ก็ประมาณ 600 RM ต่อเดือน กับค่ากินอยู่ อีกประมาณ 400 RM รวม ๆ ก็ 1,000 RM ต่อเดือน (1 RM (ริงกิด) เท่ากับประมาณ 10 บาท) ผมถาม C.K. ว่าตอนว่าง ๆ เขาทำอะไร เล่นเกมอะไรบ้างหรือเปล่า (ผมกะชวนไปเตะ winning กันซักนัด) แต่เค้าบอกว่าเวลาว่างก็นั่งหน้าคอม (แล้วทำท่าประกอบเหมือนพวก computer greek) นึกถึงแล้วฮาดีเหมือนกัน

ไปถึง Time Square มีของขายเยอะเลย อารมณ์ประมาณเซ็นทรัลลาดพร้าวเมืองไทย ผมกับพี่แก้ว และ designer คนอื่นๆ (รวมทั้ง Michale, Junko , Mari) เดินเล่นกันไปเรื่อย ๆ ผ่านร้านขายของเล่นพวก Figure หลายร้าน ซักพักเรามาเจอกับ สือ จวน ที่นี่เราได้พบเพื่อน designer อีกคนที่มาจากสิงค์โปร ชื่อคือ Xavier Teo แห่ง ShiftAttack ตอนนี้ผมเริ่มระลึกชาติเมื่อคราวที่ สือ จวน ส่ง url ของ artist/designer ที่จะมาร่วมงานเปิดนี้ แล้วพยายามนึกว่างานของเพื่อน ๆ แต่ละคนเป็นยังไง แต่ผมก็นึกไม่ออก ผมจำได้ว่าได้เข้าไปดูแล้ว แต่ช่วงนั้นยุ่ง ๆ ไม่ได้ดูละเอียด และคาดว่าตอนนี้คงลืมไปแล้ว ผมเลยไปถามพี่แก้ว พี่แก้วก็อธิบายได้ประมาณนึง แต่ยังไม่เห็นภาพอยู่ดี แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองหา net เล่นที่โรงแรมก็ได้

> ตึก time square > กัวลาลัมเปอร์ tower


หลังจากรวมตัวแล้ว เราก็ไปขึ้นรถไฟฟ้าของมาเลเซีย นั่งรถ Monorail ไปประมาณ 2 สถานี ลงจากรถก็ไปดูวัดจีนที่เก่าแก่ แล้วก็ดูวัดที่น่าจะเป็นของฮินดูหรือพราหมณ์ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แล้วก็ไปต่อที่ย่านขายของ (อารมณ์ประมาณจตุจักรบ้านเรา) มีของขายเยอะดี แต่บางร้าน Chris บอกว่าของมันเหมือนที่จตุจักรเลย -_-' ผมเลยพยายามหาร้านที่ไม่น่าจะมีในเมืองไทย ก็เจอร้านนึง ผมเลยแวะเข้าไปซื้อของฝากซะหน่อย ต่อจากนั้นเราก็ตรงไปที่ Twin Tower ตึกแฝดที่สูงและสวยมาก ๆ

> Mari ขณะรอรถ monorail > คล้าย ๆ รถไฟฟ้าบ้านเรา แต่หน้าน่ารักกว่า

 

> วัดจีน > วัดของฮินดู (น่าจะนะ)


>ถ่ายกับ twin tower > มองมุมนี้เหมือนยาวอวกาศเลย

 


> ถ่ายรูปหมู่กันซักหน่อย

ตกเย็นแล้ว สือ จวน พาเราไปกินร้านอาหารจีนร้านหนึ่ง ข้อดีของอาหารจีนที่มาเลที่ไม่เหมือนที่เมืองไทยคือ มันเป็นอาหารจีนรสจัด เหมือนได้รับอิทธิพลเครื่องเทศของแขกเข้าไป ทำให้อาหารที่นี่ถูกปากผมมาก ๆ อาหารจานใหญ่ เสริฟบนโต๊ะหมุน มีตั้งแต่ผัดผัก ไปยังปลาราดซอส (คล้าย ๆ พริกเผา แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) กินกันจนอิ่ม ระหว่างออกจากร้าน พี่แก้วบอกให้ถ่ายรูปหน้าร้านอาหารมาด้วย เผื่อใครมาเที่ยว ให้ลองมาร้านนี้ ไม่ผิดหวัง


> ตกเย็นมากินข้าว คนขวาสุดคือ Xavier Teo , media artist จากสิงค์โปร


> อร่อยมาก ๆ กับอาหารมื้อนี้


> ร้านนี้นะ ใครไปมาเล อย่าลืมไปแวะ

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม วันนี้มีฟุตบอลด้วย เราไม่สามารถดูบอลที่ห้องได้ (มันมีแต่ช่องพวก hbo แล้วก็ไร้สาระไรไม่รู้) ต้องลงมาดูที่ lobby ของโรงแรม วันนั้นเป็นคู่ของอาเจนร์กับเยอรมัน และก็อิตาลีกับยูเครน ผมกับพี่แก้วรู้สึกเหนื่อย ก็เลยไม่ได้ลงไปดู แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เพื่อเตรียมงานที่ Gallery ด้วย เลยขอตัวหลับก่อนดีกว่า ก่อนนอนนึกขึ้นได้ เลยลงไปซื้อ net ที่โรงแรมแล้วมานั่งดูงานของเพื่อน ๆ แต่ละกัน (รายชื่อ + url)

Junko Kawashima
Michale Dawidowicz
Mari Mutsuo
C.K. (driv)
Chris Wong
Xavier Teo

ตื่นมาตอนเช้า ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดิบดี ตอน 9.00 แต่ตื่นมาเพิ่งนึกได้ว่าเวลาที่มาเลเซียเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง ก็เท่ากับเราตื่นมาตอน 10.00 พอดี ผมหิวค้างตั้งแต่เมื่อวาน ก็เลยรีบลงไปกินอาหารเช้าก่อน ส่วนพี่แก้วก็ตามไปทีหลัง ประมาณ 11.00 ก็ลงมาเจอ Chris กับ C.K. แล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่ Gallery กัน (จริง ๆ มันชื่อ Galleriiizu แต่คนที่นั่นออกเสียง Gallery นะ ผมเลยเขียน Gallery มันอ่านง่ายดี)


> อาหารเช้าที่โรงแรมหน้าตาเป็นแบบนี้ ดูไม่ค่อยดี แต่รสชาติ ok เลย

ไปถึงก็พบกับ poster ที่ผม พี่แก้ว พี่เหน่ง พี่เม้ม และก็คุณโอ ส่งแบบมาให้สือ จวน ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เพื่อที่จะมาให้ print บนงานนี้โดยเฉพาะ วางแผ่อยู่ งาน girl6 ของผมพอดูอันใหญ่ ๆ แล้วดูดีขึ้นมากเลย รู้สึกดีใจ แต่แปลกใจที่ไม่เห็นงาน ของพี่เม้มและงานของผมอีกชิ้นหนึ่ง พี่แก้วบอกว่า ส่งมาให้หลายแบบให้ทาง สือ จวน เลือกเอาเอง สงสัยว่างาน 2 อันนั้นจะไม่เข้าตากรรมการ T-T (ของผมไม่เท่าไหร่ แต่ของพี่เม้มก็เจ๋งดีออกอ่ะ)


>ทางเข้า galleriiizu



> โปสเตอร์มาแล้ว



> พอได้ print ใหญ่ ๆ แล้วมันดูอลังดีนะ


> สวยดี งานนี้ HP เป็น sponsor

Poster ถูก print เป็นแผ่นยาว ผมกับพี่แก้วก็มาช่วยกันตัด แล้วเอาไปแปะให้เรียบร้อย แปะไปมาดูเหมือนเราจะขาด text คำว่า BKK2 พี่แก้วมี idea ให้เอานามบัตรมาต่อ ๆ กัน แต่เราอยากให้คนแปลกใจ ถ้า BKK2 เฉย ๆ มันจะธรรมดาไป เราเลยใช้แค่เลข 2 ตัวเดียว (ความจริงคือขี้เกียจทำตัว BKK อ่ะ ^^”) ระหว่างที่เราจัด ทางด้านมุมอื่น ๆ designer/artist ทุกคนก็ต่างจัดบู๊ทของตัวเองวุ่นไปหมด ตอนกลางวัน Chris ซื้อแซนวิสอันใหญ่มาให้เลี้ยงพวกเราและคนอื่น ๆ อันใหญ่มาก อิ่มกันถ้วนหน้า


> เริ่มลงมือตัดโปสเตอร์


> แอบติด poster งาน maf06 มาด้วย


>งานของ Junko Kawashima ผมซื้อเสื้อของเธอมา 2 ตัว (ใจดีมาก ๆ เธอลดให้ครึ่งราคา)


> มารี วุ่นอยู่กับการจัดตุ๊กตาตัวน้อย ๆ ของเธอ


> หน้าตามันคล้าย ๆ มะเขือเทศเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร (แต่ผมได้มาตัวนึง)


> แปะ poster กันหน่อย


> C.K. ก็วุ่นกับการเตรียม graphic ให้ Territory เช่นกัน

 


> งานของ Xavier


> โซน Bangkok2 เรียบร้อยแล้ว (เห็นเลขสองมะ 55)

 

พอถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น บู๊ทจัดเสร็จนานแล้ว คนก็เริ่มทยอยเข้ามาแล้ว มีคนเข้ามาดูงานของพวกเราด้วย เพิ่งได้รับความรู้สึกแบบเอางานไปติดไว้ แล้วมีคนมายืนดูเป็นครั้งแรก รู้สึกภูมิใจนิด ๆ บางคนก็เอากล้องมาถ่ายรูป แล้วงานผมถ้ามองใกล้ ๆ มันจะเป็นตัวเลข 6 ทั้งหมด ก็มีคนเอากล้องไป close ใกล้ ๆ เพื่อถ่ายรูปเลข 6 เหล่านั้นด้วย บางคนก็เดินมาแล้วก็พูดคุยพร้อมกับชี้ ๆ บนตัวโปสเตอร์ บรรยากาศค่อนข้างสนุกสนาน

 


> ของ Junko , Finish!

 


> งานของ Urban Collective


> ของมารี , Finish


> ชมภาพ vdo กันได้เลย


> หนังสือ Territory ซื้อที๋โน่นเล่มละประมาณ 260 บาท (มาเมืองไทย up ราคาไปประมาณ 500 บาท) แต่ถ้าอยากได้ถูกหน่อย ลองไปที่ร้านขายหนังสือตรง H1 เล่มละประมาณ 360 บาท

 

 


> ปกที่มารีทำ

 


> มีคนมาถ่ายรูปงานเก็บไว้ด้วย

 


> คนมากันเยอะมาก ๆ แทบจะล้น Gallery

จวนจะถึงเวลาพูดของ BKK2 แล้ว พี่แก้วรู้สึกเครียด เพราะพี่เค้าต้องเป็นคนพูด ส่วนผมแค่ช่วยเปิดงานทั้งหมดให้ พี่แก้วขอตัวไปดูดบุหรี่แก้เครียดก่อน (ไม่รู้ว่าแอบอัดม้าด้วยเปล่า 55) พอถึงเวลาเริ่มงาน เจ้าของ gallery พูดเปิดงานไปเรียบร้อย พร้อมด้วยการเปิด intro บน projector แต่หลังจากนั้นจริง ๆ แล้วต้องเป็นการแสดงการตีกลองของญี่ปุ่น (ตาม concept ของหนังสือ issue นี้ว่า Japan Fever) แต่ว่ากลองนั้นจะมาแสดงประมาณตอน 19.00 ซึ่งตอนนั้นมันแค่ 18.30 เอง เจ้าของ Gallery เลยบอกว่าจะให้มี interview ไปก่อน เพราะคนที่มา เค้ามานั่งรอแล้ว ไม่งั้นคนจะพาลเบื่อเปล่า ๆ ก็เลยให้ผมกับพี่แก้วขึ้นพูดก่อนเลย ได้พูดเป็นคนแรกโคตรจะเกร็ง แต่ก็มีข้อดีที่คนกำลังสนใจเต็มที่ เราก็ขึ้นไปพูด ๆ ก็เปิดงานในเว็บ BKK2 ให้ดูเกือบทั้งหมด แล้วก็อธิบายว่างานแต่ละงานเป็นอะไรยังไง แล้วก็จบลงแค่นั้น ตอนแรกคิดว่าเราอาจจะพูดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะพี่แก้วก็เกร็งมาก ผมก็เกร็งมาก แล้วตัว presentation เราก็เปิด flash ให้ดูกันสด ๆ ไม่ได้ทำ slide อะไรมาแยกต่างหาก แต่พอพูดจบ ก็ได้รับเสียงปรบมือค่อนข้างดัง ทำให้ผมแทบจะพูดออกไปว่า “Welcome to Thailand” (เกี่ยวไรกันฟะเนี่ย)


> เจ้าของ Gallery กล่าวพูดเปิดงาน


> มานั่งฟังกันค่อนข้างเยอะ


> รูปนี้เท่ดี (มองไม่เห็นหน้า55 )


> พี่แก้วพูดไป คนนั่งฟังกันเงียบ (ไม่รู้ว่าอึ้ง หรือว่างง)

 

คิวหลังจากนั้นก็เป็น IF interactive ซึ่งเป็นบริษัท interactive ของมาเลเซีย มาพูดเกี่ยวกับงาน interactive installation “space that can talk to you” , พอจบของ IF แล้ว นักตีกล้องของญี่ปุ่นก็มาแสดงต่อ มีน้องญี่ปุ่นคนนึงน่ารักมาก ผมเลยเอารูปมาให้ดูกัน แต่ดูลักษณะการตีแล้ว ใครได้เป็นแฟน ทะเลาะกันทีคงหัวแบะแน่นอน เพราะน้องเค้าตีกลองได้หนักหน่วงและรุนแรงจริง ๆ หลังจากนั้นก็ตามด้วย Michale เสร็จแล้วก็เป็นอันจบการพูดทั้งหมด


 


> หลังจากนั้นก็เป็นการแสดงตีกลอง (ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร ,Japanese Taiko เปล่าหว่า)


> มากันเป็นทีม


> คนนี้เด็กสุดเลย แถมน่ารักสุดด้วย อิ อิ


> แถมรูปตอนยังไม่เปลี่ยนชุดแสดงมาให้ 1 รูป


ชม vdo กันเลยดีกว่า

ระหว่างการพูดนี่ผมรู้สึกประทับใจมาก เพราะทุกคนตั้งใจนั่งฟังพวกเราพูดกัน ถึงเราอาจจะนำเสนอไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเกร็งมาก แต่คนฟังก็เงียบ แบบตั้งใจฟังกันจริง ๆ (นึกในใจว่าทำไมตอนพูดที่เมืองไทยไม่เป็นแบบนี้มั่งว๊า) แล้วก็รู้สึกอิจฉาคนมาเลเซีย ที่เค้าพูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะอังกฤษ นี่เรียกได้ว่าพูดกันได้ทุกคน เพราะประเทศเค้าเป็นแขกผสมกับคนจีน คนจีนก็พูดจีน แมนดาริน แขกก็พูดภาษาแขก (มันเรียกว่าภาษาอะไรหว่า) ก็เลยมี Eng เป็นภาษากลางให้คนจีนกับคนแขกติดต่อกันได้ (ถึงแม้ว่าเค้าจะมีภาษากลางของมาเลเซียอีกภาษานึงก็ตาม) คนมาเลเลยได้ผลพลอยได้ตรงนี้ คือพูดอังกฤษ และฟังอังกฤษ คล่องกันทุกคน (ไม่เหมือนผม เรียนมาหลายปี ยังได้แค่ How are you ? I’m fine Thank you -_-‘, I do like japanese girl. (อันหลังนี่แปลก ๆ))

ตอนนี้คนในงานก็พูดคุย พบปะสังสรรค์กัน ซื้อหนังสือ Territory ที่วางอยู่เป็นปึก ๆ ถ่ายรูปกับ Artist โดยเฉพาะ Junko กับ Michale นี่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ทางเราก็ไม่น้อยหน้า มีคนเอาหนังสือมาให้เซ็นชื่อ หลายคนเลยทีเดียว (จริง ๆ ไปบอกเค้า ว่าเราคือ bkk2 เค้าเลยแบบอ่ะ เซ็นให้หน่อย ขำ ๆ 55 ) รู้สึกว่าเรากลายเป็น Rock Star แบบ Linkin Park ไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง ตอนที่มีสาวน้อยน่ารักคนนึง มาให้ช่วยเซ็นให้ด้วย เกือบจะแอบให้เบอร์โทรไป แต่รู้สึกเกรงใจ เลยอย่าดีกว่า 55 (อีกอย่างนึงคือให้ไปเค้าก็ไม่โทรมาหรอก -_-‘)


> มาแล้ว กับ Volume 5


> ถ่ายรูปรวมเหล่า artist ซะหน่อย

>ถ่ายกับ C.K. > Chris ดูไปคล้ายหมีมาก ๆ

 


> BKK2 and Junko Kawashima

 


> Mari and Me


> พี่แก้ว กับ Si Juan


> All you guys!

 

ประมาณ 3 ทุ่มได้ก็จบงานกัน สือ จวน บอกว่า มีคนมางานประมาณ 250 คน หนังสือขายได้ 200 กว่าเล่ม นับว่าไม่เลวเลย สำหรับการเปิดตัวหนังสือ ถ้าดูให้ดีหนังสือเค้าจะ world wide คือเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ขายได้ทั่วโลก ตัวหนังสือเองทำค่อนข้างดี มีแต่งานเจ๋ง ๆ ทั้งนั้น (ไม่เชื่อลองไปซื้อมาดู) ผมว่าเค้าไปได้อีกไกล

สือ จวน พาพวกเราไปกินข้าวที่ร้านแถว ๆ นั้น ร้านนี้อาหาร ok แต่สู้ร้านเมื่อวานไม่ได้ สือ จวน บอกว่าคนที่มางาน มีมาจากคนละ state กันด้วย (เหมือนกับอยู่เชียงใหม่ แล้วลงมาร่วมงานที่กรุงเทพ) ผมนึกในใจว่า คนที่นี่เค้าให้ความสนใจกับ Graphic Design มากจริง ๆ ระหว่างกินก็มีดื่มฉลอง ผมซัดเบียร์ไปสามแก้ว ส่วนพี่แก้วกินน้ำชา ตกดึกบอลมาแล้ว เราก็กลับไปนั่งดูบอลที่ล๊อบบี้ของโรงแรม

บอลจบไปคู่แรก , อังกฤษแพ้ กลับบ้านไปตามระเบียบ T-T รอดูอีกคู่ บราซิลกับฝรั่งเศสระหว่างรอ เลยไปหาอะไรกินที่ร้านแถวนั้น กลับมาดูไปได้ครึ่งนึง ผมง่วงมากเลยขอตัวไปนอนก่อน ตื่นมารุ่งเช้า บราซิล แพ้ฝรั่งเศส 1-0 โอ้ว มาก๊อด... อะไรกันวะนี่

หลังจากเซ็งกับอังกฤษและช็อคกับบราซิลแล้ว ก็เตรียมตัวจัดเก็บกระเป๋า เพราะวันนี้เราจะกลับบ้านกัน รู้สึกเฉย ๆ แอบหวังนิด ๆ ให้สือ จวน พาไปกินอะไรอร่อย ๆ เพราะวันนี้ตื่นสาย ลงมากิน breakfast ไม่ทัน รอพักใหญ่ ๆ สือ จวน ก็มารับพวกเราไปกินข้าวอบหม้อดิน (ผมเรียกเอาเอง ไม่รู้ว่าชื่อจริง ๆ คืออะไร) แต่จะเป็นข้าวร้อน ๆ พร้อมเนื้อในหม้อใบใหญ่ ๆ เวลากินต้องคลุกกันก่อน แล้วตักแจกให้ทุกคน รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว พร้อมกับเครื่องดื่มเป็นน้ำมะนาวใส่บ๊วยเค็ม รสชาติแปลกอร่อยดี


> น้ำมะนาว+บ๊วยเค็ม (เหมือนจะเคยกินที่ไทย ซักที่นึง) อร่อยดี

 

สือ จวน พาเราไปแวะต่ออีกที่หนึ่งเป็นห้างสำหรับซื้อของฝาก เพราะเราอยากได้ของฝากเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย แต่พอไปถึงเดิน ๆ ดูห้างนั้นเหมือนกับห้างบ้านเรา ซื้ออะไรไปก็คงเหมือน ๆ กัน เลยบอก สือ จวน ให้กลับดีกว่า พอไปถึงสนามบิน ผมก็ say Good Bye กับ สือ จวน และ Chris แล้วก็ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ

ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากจริง ๆ

Link เพิ่มเติม
Territory Magazine
Photon
Kaew
Neng
Junko Kawashima
Michale Dawidowicz
Mari Mutsuo
C.K. (driv)
Chris Wong
Xavier Teo