
Events : Territory Volume 5
"Japan Fever " เราเข้าไปในส่วนข้างใน เพื่อรอขึ้นเครื่องตอน 19:50 ตอนนั้นเวลาประมาณ
19:10 ผมกดเงินมา 5,000 บาท แล้วแลกเงินเป็น หน่วยริงกิจ (RM) ได้ประมาณ
450 ริงกิต (1ริงกิต เท่ากับประมาณ 10 บาทกว่า ๆ ) แล้วก็ไปนั่งรอกันตรงทางออกที่
31 รอถึง 20.00 เครื่องบินก็ไม่มาซักที ซักพักเลยมีประกาศว่า เครื่องบินมัน
delay จะมาถึงประมาณ 21.00
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ในการบินไปถึงกัวลาลัมเปอร์
หลังจากนั้นเราก็นั่งรถบัสต่อไปที่ KL Center แล้ว Si Juan (สือ จวน) จะมารับเราที่นั่น
ผมค่อนข้างกังวลใจที่เครื่องบินมัน delay แล้วเราไม่รู้ว่าสือ จวน จะมารับเราตรงเวลาหรือเปล่า
แต่เราก็ทำอะไร ไม่ได้ ระหว่างทางไปเราก็คุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น BKK2
version ใหม่ , SEO หรือว่าเรื่องเว็บที่ได้รางวัลที่คานส์ etc
เป็นการฆ่าเวลา
ผมลองมองไปดูภูมิประเทศต่าง ๆ ตลอด 2 ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่มีตึกรามบ้านช่องอยู่เลย
สนามบินของมาเลเซีย น่าจะอยู่ไกลจากตัวเมือง กัวลาลัมเปอร์มากพอสมควร เมื่อไปถึง KL Center ผมก้าวเดินลงจากรถ ก็ได้พบกับ สือ จวน โดยทันที ผมรู้สึกโชคดีมากที่เค้ามาพอดีกับที่เรามา ผมจับมือแล้วทักทายกับเค้า เป็นภาษาอังกฤษ (แต่จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไร) หลังจากนั้น เราก็ขึ้นรถสือ จวน ออกเดินทางต่อ สือ จวน บอกว่า จะพาพวกเราไปหาอะไรดื่ม แล้วก็จะไปส่งที่โรงแรม เวลาตอนนี้ประมาณเที่ยงคืน ตีเป็นเวลามาเลก็เร็วกว่าเราประมาณ 1 ชม. ก็เป็นตีหนึ่งได้ ซักพักเราก็ไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง สือ จวน พาเราไปที่โต๊ะที่มีสมาชิกอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ผมได้รู้จักเพื่อน เพิ่มอีก 4 คน คือ Michale แห่ง Urban Collective , Junko Kawashiwa ที่เป็น illustrator และก็ทีม Territory ที่ชื่อ C.K. (driv) และ Chris ผมจำได้ว่าสองคนหลังนี่ ผมเคยเจอเค้า ที่กรุงเทพฯ แล้ว ที่มาจัดงานที่ H1 (ตอนนั้น พี่กบ,พี่เหน่ง,คุณแว่น( q-oo-p ) และพี่ฉึ่งก็ไปด้วย ผมนั่งติดกับ Chris ก็คุยกับเค้าด้วยภาษาอังกฤษ ระดับต่ำ ค่อนไปทางมั่วของผม (แต่ก็คุยกันรู้เรื่องนะ ^^) ได้ความว่า Chris ชอบ Bangkok มาก เค้าจะไปเที่ยว อีกตอน August นี้ ผมรู้สึกดีใจที่เค้าชอบ Bangkok เพราะเค้าก็น่าจะชอบคนที่มาจาก Bangkok ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ผมกับพี่แก้วอาจจะเป็นมากกว่านั้น เพราะเราคือ Bangkok2( ไม่ใช่แค่ Bangkok ธรรมดา) (เอาเข้าไป)
หลังจากพูดคุย ถ่ายรูปกันซักพักนึง สือ จวน ก็พาเราไปที่โรงแรม Radius International Hotel ซึ่งเป็นที่พักของเรา ตอนแรกก่อนมา ผมวาดภาพเอาไว้ว่าเราจะมาพักที่บ้านของ สือ จวน ซะอีก แต่นี่เราได้พักโรงแรม แถมเป็นห้อง exclusive ด้วย เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ คืนนั้นผมกับพี่แก้วกลับถึงห้อง ผมพยายามชาร์ตแบตของมือถือ(ที่ไร้ซึ่งสัญญาณของ Orange เพราะไม่ได้เปิด ROAMING ไว้) แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันใช้หัวปลั๊กไฟไม่เหมือนเราอ่ะ ของมันห่างมาก แล้วก็เหมือนต้องเสียงทั้ง 3 ช่องเลยถึงจะทำงานได้ ผมคุยกับพี่แก้วว่าเราคงต้องไปหาตัว adapter แล้วล่ะ ไม่งั้นแย่แน่สำหรับ labtop ที่จะต้องใช้ในการ present งาน คุยกันซักพักก็งีบหลับไป
วันนี้เป็นวันศุกร์ งานเปิดตัวหนังสือ Territory จะเริ่มวันเสาร์ พี่แก้วถาม สือ จวน ว่าเราจะไป set up ที่ gallery กันวันนี้เลยเหรือเปล่า สือ จวน บอกว่าวันนี้ gallery โดนจองไปแล้ว เราค่อยไปพรุ่งนี้ตอนเช้าดีกว่า วันนี้ไปเที่ยวอย่างเดียว ผมนึกในใจว่าดีเลย จะได้ไปเดินดูสาวมาเล เอ้ย ไม่ใช่ ไปเดินดูเมืองเค้า ว่ามีหน้าตาเป็นยังไงบ้าง
หลังจากนั้นผมกับพี่แก้ว ก็ขึ้นรถของ Chris ตรงไปที่ Time Square ส่วน Junko กับ Michaleและ Mari ไปรถของ สือ จวน ระหว่างทางผมกับพี่แก้วก็คุยกับ 2 คนนี้ไปด้วย ส่วนตัวผมว่า C.K. คุยง่ายดี เพราะว่าภาษาอังกฤษเค้าพูดฟังเข้าใจง่าย สำหรับผมที่ Eng ค่อนข้างระดับประถมค่อนไปทางอนุบาล คุยไปก็รู้ว่าสองคนนี้ทำงาน freelance ก็คือรับงานทั่วไป แต่หลัก ๆ ก็ช่วยงานให้กับหนังสือ Territory นี่แหละ ผมถามเรื่องรายได้และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผมคิดว่าก็ไม่หนีเรา ๆ designer ชาวไทยเท่าไหร่นะ เค้าบอกว่างานไม่แน่นอนรายได้ก็ตามงานที่เข้ามา แต่ค่าเช่า apartment ก็ประมาณ 600 RM ต่อเดือน กับค่ากินอยู่ อีกประมาณ 400 RM รวม ๆ ก็ 1,000 RM ต่อเดือน (1 RM (ริงกิด) เท่ากับประมาณ 10 บาท) ผมถาม C.K. ว่าตอนว่าง ๆ เขาทำอะไร เล่นเกมอะไรบ้างหรือเปล่า (ผมกะชวนไปเตะ winning กันซักนัด) แต่เค้าบอกว่าเวลาว่างก็นั่งหน้าคอม (แล้วทำท่าประกอบเหมือนพวก computer greek) นึกถึงแล้วฮาดีเหมือนกัน ไปถึง Time Square มีของขายเยอะเลย อารมณ์ประมาณเซ็นทรัลลาดพร้าวเมืองไทย ผมกับพี่แก้ว และ designer คนอื่นๆ (รวมทั้ง Michale, Junko , Mari) เดินเล่นกันไปเรื่อย ๆ ผ่านร้านขายของเล่นพวก Figure หลายร้าน ซักพักเรามาเจอกับ สือ จวน ที่นี่เราได้พบเพื่อน designer อีกคนที่มาจากสิงค์โปร ชื่อคือ Xavier Teo แห่ง ShiftAttack ตอนนี้ผมเริ่มระลึกชาติเมื่อคราวที่ สือ จวน ส่ง url ของ artist/designer ที่จะมาร่วมงานเปิดนี้ แล้วพยายามนึกว่างานของเพื่อน ๆ แต่ละคนเป็นยังไง แต่ผมก็นึกไม่ออก ผมจำได้ว่าได้เข้าไปดูแล้ว แต่ช่วงนั้นยุ่ง ๆ ไม่ได้ดูละเอียด และคาดว่าตอนนี้คงลืมไปแล้ว ผมเลยไปถามพี่แก้ว พี่แก้วก็อธิบายได้ประมาณนึง แต่ยังไม่เห็นภาพอยู่ดี แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองหา net เล่นที่โรงแรมก็ได้
ตกเย็นแล้ว สือ จวน พาเราไปกินร้านอาหารจีนร้านหนึ่ง ข้อดีของอาหารจีนที่มาเลที่ไม่เหมือนที่เมืองไทยคือ มันเป็นอาหารจีนรสจัด เหมือนได้รับอิทธิพลเครื่องเทศของแขกเข้าไป ทำให้อาหารที่นี่ถูกปากผมมาก ๆ อาหารจานใหญ่ เสริฟบนโต๊ะหมุน มีตั้งแต่ผัดผัก ไปยังปลาราดซอส (คล้าย ๆ พริกเผา แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) กินกันจนอิ่ม ระหว่างออกจากร้าน พี่แก้วบอกให้ถ่ายรูปหน้าร้านอาหารมาด้วย เผื่อใครมาเที่ยว ให้ลองมาร้านนี้ ไม่ผิดหวัง
หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม วันนี้มีฟุตบอลด้วย เราไม่สามารถดูบอลที่ห้องได้ (มันมีแต่ช่องพวก hbo แล้วก็ไร้สาระไรไม่รู้) ต้องลงมาดูที่ lobby ของโรงแรม วันนั้นเป็นคู่ของอาเจนร์กับเยอรมัน และก็อิตาลีกับยูเครน ผมกับพี่แก้วรู้สึกเหนื่อย ก็เลยไม่ได้ลงไปดู แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เพื่อเตรียมงานที่ Gallery ด้วย เลยขอตัวหลับก่อนดีกว่า ก่อนนอนนึกขึ้นได้ เลยลงไปซื้อ net ที่โรงแรมแล้วมานั่งดูงานของเพื่อน ๆ แต่ละกัน (รายชื่อ + url) Junko
Kawashima ตื่นมาตอนเช้า ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ดิบดี ตอน 9.00 แต่ตื่นมาเพิ่งนึกได้ว่าเวลาที่มาเลเซียเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง ก็เท่ากับเราตื่นมาตอน 10.00 พอดี ผมหิวค้างตั้งแต่เมื่อวาน ก็เลยรีบลงไปกินอาหารเช้าก่อน ส่วนพี่แก้วก็ตามไปทีหลัง ประมาณ 11.00 ก็ลงมาเจอ Chris กับ C.K. แล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่ Gallery กัน (จริง ๆ มันชื่อ Galleriiizu แต่คนที่นั่นออกเสียง Gallery นะ ผมเลยเขียน Gallery มันอ่านง่ายดี)
ไปถึงก็พบกับ poster ที่ผม พี่แก้ว พี่เหน่ง พี่เม้ม และก็คุณโอ ส่งแบบมาให้สือ จวน ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เพื่อที่จะมาให้ print บนงานนี้โดยเฉพาะ วางแผ่อยู่ งาน girl6 ของผมพอดูอันใหญ่ ๆ แล้วดูดีขึ้นมากเลย รู้สึกดีใจ แต่แปลกใจที่ไม่เห็นงาน ของพี่เม้มและงานของผมอีกชิ้นหนึ่ง พี่แก้วบอกว่า ส่งมาให้หลายแบบให้ทาง สือ จวน เลือกเอาเอง สงสัยว่างาน 2 อันนั้นจะไม่เข้าตากรรมการ T-T (ของผมไม่เท่าไหร่ แต่ของพี่เม้มก็เจ๋งดีออกอ่ะ)
Poster ถูก print เป็นแผ่นยาว ผมกับพี่แก้วก็มาช่วยกันตัด แล้วเอาไปแปะให้เรียบร้อย แปะไปมาดูเหมือนเราจะขาด text คำว่า BKK2 พี่แก้วมี idea ให้เอานามบัตรมาต่อ ๆ กัน แต่เราอยากให้คนแปลกใจ ถ้า BKK2 เฉย ๆ มันจะธรรมดาไป เราเลยใช้แค่เลข 2 ตัวเดียว (ความจริงคือขี้เกียจทำตัว BKK อ่ะ ^^) ระหว่างที่เราจัด ทางด้านมุมอื่น ๆ designer/artist ทุกคนก็ต่างจัดบู๊ทของตัวเองวุ่นไปหมด ตอนกลางวัน Chris ซื้อแซนวิสอันใหญ่มาให้เลี้ยงพวกเราและคนอื่น ๆ อันใหญ่มาก อิ่มกันถ้วนหน้า
พอถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น บู๊ทจัดเสร็จนานแล้ว คนก็เริ่มทยอยเข้ามาแล้ว มีคนเข้ามาดูงานของพวกเราด้วย เพิ่งได้รับความรู้สึกแบบเอางานไปติดไว้ แล้วมีคนมายืนดูเป็นครั้งแรก รู้สึกภูมิใจนิด ๆ บางคนก็เอากล้องมาถ่ายรูป แล้วงานผมถ้ามองใกล้ ๆ มันจะเป็นตัวเลข 6 ทั้งหมด ก็มีคนเอากล้องไป close ใกล้ ๆ เพื่อถ่ายรูปเลข 6 เหล่านั้นด้วย บางคนก็เดินมาแล้วก็พูดคุยพร้อมกับชี้ ๆ บนตัวโปสเตอร์ บรรยากาศค่อนข้างสนุกสนาน
จวนจะถึงเวลาพูดของ BKK2 แล้ว พี่แก้วรู้สึกเครียด เพราะพี่เค้าต้องเป็นคนพูด
ส่วนผมแค่ช่วยเปิดงานทั้งหมดให้ พี่แก้วขอตัวไปดูดบุหรี่แก้เครียดก่อน (ไม่รู้ว่าแอบอัดม้าด้วยเปล่า
55) พอถึงเวลาเริ่มงาน เจ้าของ gallery พูดเปิดงานไปเรียบร้อย พร้อมด้วยการเปิด
intro บน projector แต่หลังจากนั้นจริง ๆ แล้วต้องเป็นการแสดงการตีกลองของญี่ปุ่น
(ตาม concept ของหนังสือ issue นี้ว่า Japan Fever) แต่ว่ากลองนั้นจะมาแสดงประมาณตอน
19.00 ซึ่งตอนนั้นมันแค่ 18.30 เอง เจ้าของ Gallery เลยบอกว่าจะให้มี interview
ไปก่อน เพราะคนที่มา เค้ามานั่งรอแล้ว ไม่งั้นคนจะพาลเบื่อเปล่า ๆ ก็เลยให้ผมกับพี่แก้วขึ้นพูดก่อนเลย
ได้พูดเป็นคนแรกโคตรจะเกร็ง แต่ก็มีข้อดีที่คนกำลังสนใจเต็มที่ เราก็ขึ้นไปพูด
ๆ ก็เปิดงานในเว็บ BKK2 ให้ดูเกือบทั้งหมด แล้วก็อธิบายว่างานแต่ละงานเป็นอะไรยังไง
แล้วก็จบลงแค่นั้น ตอนแรกคิดว่าเราอาจจะพูดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะพี่แก้วก็เกร็งมาก
ผมก็เกร็งมาก แล้วตัว presentation เราก็เปิด flash ให้ดูกันสด ๆ ไม่ได้ทำ
slide อะไรมาแยกต่างหาก แต่พอพูดจบ ก็ได้รับเสียงปรบมือค่อนข้างดัง ทำให้ผมแทบจะพูดออกไปว่า
Welcome to Thailand (เกี่ยวไรกันฟะเนี่ย)
คิวหลังจากนั้นก็เป็น IF interactive ซึ่งเป็นบริษัท interactive ของมาเลเซีย มาพูดเกี่ยวกับงาน interactive installation space that can talk to you , พอจบของ IF แล้ว นักตีกล้องของญี่ปุ่นก็มาแสดงต่อ มีน้องญี่ปุ่นคนนึงน่ารักมาก ผมเลยเอารูปมาให้ดูกัน แต่ดูลักษณะการตีแล้ว ใครได้เป็นแฟน ทะเลาะกันทีคงหัวแบะแน่นอน เพราะน้องเค้าตีกลองได้หนักหน่วงและรุนแรงจริง ๆ หลังจากนั้นก็ตามด้วย Michale เสร็จแล้วก็เป็นอันจบการพูดทั้งหมด
ระหว่างการพูดนี่ผมรู้สึกประทับใจมาก เพราะทุกคนตั้งใจนั่งฟังพวกเราพูดกัน ถึงเราอาจจะนำเสนอไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเกร็งมาก แต่คนฟังก็เงียบ แบบตั้งใจฟังกันจริง ๆ (นึกในใจว่าทำไมตอนพูดที่เมืองไทยไม่เป็นแบบนี้มั่งว๊า) แล้วก็รู้สึกอิจฉาคนมาเลเซีย ที่เค้าพูดได้หลายภาษา โดยเฉพาะอังกฤษ นี่เรียกได้ว่าพูดกันได้ทุกคน เพราะประเทศเค้าเป็นแขกผสมกับคนจีน คนจีนก็พูดจีน แมนดาริน แขกก็พูดภาษาแขก (มันเรียกว่าภาษาอะไรหว่า) ก็เลยมี Eng เป็นภาษากลางให้คนจีนกับคนแขกติดต่อกันได้ (ถึงแม้ว่าเค้าจะมีภาษากลางของมาเลเซียอีกภาษานึงก็ตาม) คนมาเลเลยได้ผลพลอยได้ตรงนี้ คือพูดอังกฤษ และฟังอังกฤษ คล่องกันทุกคน (ไม่เหมือนผม เรียนมาหลายปี ยังได้แค่ How are you ? Im fine Thank you -_-, I do like japanese girl. (อันหลังนี่แปลก ๆ)) ตอนนี้คนในงานก็พูดคุย พบปะสังสรรค์กัน ซื้อหนังสือ Territory ที่วางอยู่เป็นปึก ๆ ถ่ายรูปกับ Artist โดยเฉพาะ Junko กับ Michale นี่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ทางเราก็ไม่น้อยหน้า มีคนเอาหนังสือมาให้เซ็นชื่อ หลายคนเลยทีเดียว (จริง ๆ ไปบอกเค้า ว่าเราคือ bkk2 เค้าเลยแบบอ่ะ เซ็นให้หน่อย ขำ ๆ 55 ) รู้สึกว่าเรากลายเป็น Rock Star แบบ Linkin Park ไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง ตอนที่มีสาวน้อยน่ารักคนนึง มาให้ช่วยเซ็นให้ด้วย เกือบจะแอบให้เบอร์โทรไป แต่รู้สึกเกรงใจ เลยอย่าดีกว่า 55 (อีกอย่างนึงคือให้ไปเค้าก็ไม่โทรมาหรอก -_-)
ประมาณ 3 ทุ่มได้ก็จบงานกัน สือ จวน บอกว่า มีคนมางานประมาณ 250 คน หนังสือขายได้ 200 กว่าเล่ม นับว่าไม่เลวเลย สำหรับการเปิดตัวหนังสือ ถ้าดูให้ดีหนังสือเค้าจะ world wide คือเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ขายได้ทั่วโลก ตัวหนังสือเองทำค่อนข้างดี มีแต่งานเจ๋ง ๆ ทั้งนั้น (ไม่เชื่อลองไปซื้อมาดู) ผมว่าเค้าไปได้อีกไกล สือ จวน พาพวกเราไปกินข้าวที่ร้านแถว ๆ นั้น ร้านนี้อาหาร
ok แต่สู้ร้านเมื่อวานไม่ได้ สือ จวน บอกว่าคนที่มางาน มีมาจากคนละ state
กันด้วย (เหมือนกับอยู่เชียงใหม่ แล้วลงมาร่วมงานที่กรุงเทพ) ผมนึกในใจว่า
คนที่นี่เค้าให้ความสนใจกับ Graphic Design มากจริง ๆ ระหว่างกินก็มีดื่มฉลอง
ผมซัดเบียร์ไปสามแก้ว ส่วนพี่แก้วกินน้ำชา ตกดึกบอลมาแล้ว เราก็กลับไปนั่งดูบอลที่ล๊อบบี้ของโรงแรม
บอลจบไปคู่แรก , อังกฤษแพ้ กลับบ้านไปตามระเบียบ T-T รอดูอีกคู่ บราซิลกับฝรั่งเศสระหว่างรอ เลยไปหาอะไรกินที่ร้านแถวนั้น กลับมาดูไปได้ครึ่งนึง ผมง่วงมากเลยขอตัวไปนอนก่อน ตื่นมารุ่งเช้า บราซิล แพ้ฝรั่งเศส 1-0 โอ้ว มาก๊อด... อะไรกันวะนี่ หลังจากเซ็งกับอังกฤษและช็อคกับบราซิลแล้ว ก็เตรียมตัวจัดเก็บกระเป๋า เพราะวันนี้เราจะกลับบ้านกัน รู้สึกเฉย ๆ แอบหวังนิด ๆ ให้สือ จวน พาไปกินอะไรอร่อย ๆ เพราะวันนี้ตื่นสาย ลงมากิน breakfast ไม่ทัน รอพักใหญ่ ๆ สือ จวน ก็มารับพวกเราไปกินข้าวอบหม้อดิน (ผมเรียกเอาเอง ไม่รู้ว่าชื่อจริง ๆ คืออะไร) แต่จะเป็นข้าวร้อน ๆ พร้อมเนื้อในหม้อใบใหญ่ ๆ เวลากินต้องคลุกกันก่อน แล้วตักแจกให้ทุกคน รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว พร้อมกับเครื่องดื่มเป็นน้ำมะนาวใส่บ๊วยเค็ม รสชาติแปลกอร่อยดี
สือ จวน พาเราไปแวะต่ออีกที่หนึ่งเป็นห้างสำหรับซื้อของฝาก เพราะเราอยากได้ของฝากเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย แต่พอไปถึงเดิน ๆ ดูห้างนั้นเหมือนกับห้างบ้านเรา ซื้ออะไรไปก็คงเหมือน ๆ กัน เลยบอก สือ จวน ให้กลับดีกว่า พอไปถึงสนามบิน ผมก็ say Good Bye กับ สือ จวน และ Chris แล้วก็ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากจริง ๆ Link เพิ่มเติม
|